Welcome, Guest!!
follow us on... Facebook twitter google youtube rss
Please, sign in if you are registered :)

Author Topic: กัญญา รัตนเพ็ชร [ตาล] MIX  (Read 544 times)

admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 39226
  • Think different....
    • View Profile
    • CMUCLUB.COM สังคมออนไลน์ของเด็กมช.
กัญญา รัตนเพ็ชร [ตาล] MIX
« on: October 27, 2012, 04:02:06 AM »




กัญญา รัตนเพ็ชร [ตาล]      MIX                                                                                                                        


 
 
                  ตาล กัญญา รัตนเพชร์ เข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่อายุ 13 ปี หนังเรื่องแรกที่เธอแสดงก็คือ “เอ๋อเหรอ” จากนั้นก็แสดงหนังเรื่อยมา แต่ผลงานที่เราได้รู้จักเธอจริงๆ ก็คือหนังเรื่อง “รักแห่งสยาม” จากนั้นเธอก็เข้าสู่วงการบันเทิงเต็มตัว
 
 


 
 


 
 


 
 


 
 


 
 


 
 


 
 ตาล กัญญา รัตนเพชร์
 
 แม้จะเปลี่ยนจากหนังมาสู่ละครในปัจจุบัน แต่แฟนคลับก็ยังชื่นชมในฝีไม้ลายมือ โดยเฉพาะรูปร่างหน้าตาที่ดู สดใสตามแบบฉบับขาวหมวย จึงแทบไม่ต้องบอกว่าเราสนใจเธอมานานแค่ไหน และเมื่อเราสามารถคว้าตัวเธอมาเป็นนางแบบปกของเราได้ เราก็รู้ทันทีว่าเธอก้าวข้ามไปอีกขั้นสำหรับคุณภาพที่มอบให้หนุ่มๆ ชาว MiX
 
 
 
 คุณเริ่มต้นเข้าวงการจากหนัง แล้ววันนึงมาแสดงละครต้องปรับตัวเยอะรึเปล่า
 
 ช่วงแรกๆ ก็เยอะเหมือนกันค่ะ จำได้ว่าแสดงละครเรื่องแรก เล่นแทบไม่ได้เลย แต่ตอนนี้มาอยู่กับทางช่อง 7 ได้แสดงละครหลายเรื่อง ก็ปรับตัวและได้เรียนรู้แทบจะ ทุกอย่างของละครค่ะ
 
 
 การที่คุณเข้าวงการมาตั้งแต่เด็ก มีข้อดีอย่างไรบ้าง
 
 ได้เปรียบเรื่องการแสดง เพราะอาชีพนักแสดงเป็นอาชีพที่ใช้ประสบการณ์ เวลาที่เราเรียนในห้องกับเวลาที่เราแสดงจริงมันไม่เหมือนกันเลย อย่างเมื่อก่อนเล่นหนังเรื่องนึง ก็จะมีการเวิร์คช็อปทีนึง แต่เดี๋ยวนี้แทบไม่มีแล้ว นักแสดงเดี๋ยวนี้พัฒนาฝีมือกันไปมาก ตาลก็ต้องพัฒนาฝีมือตาม
 
 
 
 แล้วคุณพัฒนาฝีมือในส่วนไหนบ้าง
 
 หลายอย่าง เช่น เรื่องของเทคนิคการแสดง เพราะเด็กใหม่ๆ ก็พัฒนาตัวเองเยอะ คนส่วนใหญ่ที่อยู่วงการบันเทิงได้ต้องรู้เรื่องการแสดงด้วย เพราะคนหน้าตาดีในวงการก็มีเยอะ แต่เรื่องการแสดงมันต้องฝึกฝนเฉพาะบุคคล แล้วก็ต้องมีเรื่องของวินัยด้วย
 
 
 
 มาถึงเรื่องการถ่ายแบบกับเราบ้างดีกว่า รู้สึกยังไงที่ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง (เธอเคยมาถ่ายเซ็ตพริตตี้กับเราไว้เมื่อหลายปีที่แล้ว)
 
 ดีใจมากค่ะ แล้วการถ่ายแบบก็สนุกดีค่ะ ตาลไม่เคยขี่ม้าเลย วันนี้ก็ได้มาขี่ม้าด้วย ถึงวันนี้ฝนจะตก แต่ก็สู้ตายค่ะ
 
 
 
 แอบเห็นคุณในคราวนี้ดูเซ็กซี่ขึ้น
 
 ก็เซ็กซี่ตามวัยค่ะ อยากบอกว่ามีคนมาติดต่อชุดว่ายน้ำเยอะ แต่ตาลก็ไม่เข้าใจนะ เพราะตาลก็ไม่ได้มีอะไรจะโชว์เหมือนนางแบบเซ็กซี่ (หัวเราะ)
 
 
 
 แสดงว่าคุณไม่คิดว่าตัวเองเซ็กซี่
 
 ไม่ค่ะ ไม่ได้เซ็กซี่อะไร แต่ถ้าเป็นการแสดงออกที่เซ็กซี่ คงมาจากดวงตาของตาลมากกว่า เพราะถ้าเราคิดอะไร ตามันจะสื่อสารออกมาตลอดเวลา
 
 
 
 สมมติมีหนุ่มๆ เรียกร้องกันมากว่าอยากให้คุณถ่ายเซ็กซี่หวือหวา คุณจะยอมถ่ายรึเปล่า
 
 ไม่ค่ะ ถ่ายแค่นี้ตาลยังคุยแล้วคุยอีกเลย ตาลยังไม่รู้สึกว่าหุ่นเป๊ะขนาดนั้น
 
 
 
 ความจริงคุณเป็นคนเงียบๆ มากกว่าช่างพูดใช่มั้ย
 
 ใช่ค่ะ ตาลเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยชอบคุยกับใคร ชอบอยู่กับบ้านมากกว่า
 
 
 
 ตอนอยู่บ้านชอบทำอะไร
 
 เลี้ยงหมาค่ะ พันธุ์ยอร์คเชีย ถ้ามีเวลาก็พาหมาไปเดินเล่น ตาลมีสามตัว ดูแลเองทุกวัน
 
 
 
 เคยคิดไหมว่าถ้าวันหนึ่งไม่อยากทำงานในวงการบันเทิงแล้ว จะไปทำอะไร
 
 คิดเหมือนกันค่ะ สุดท้ายก็คงต้องกลับมาทำงานที่บ้าน ตอนนี้ก็พยายามเรียนให้จบ แต่ก็ไม่เร่ง เพราะยังไม่รู้ว่าจบแล้วจะไปทำอะไร จะไปทำงานประจำอย่างคนอื่นก็คงไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่ตัวเรา
 
 
 
 คุณคิดยังไงที่มีบางสื่อชอบสร้างข่าวให้ดารา
 
 จริงๆ มันก็ดีนะ เป็นกระแส แต่คนอ่านต้องเข้าใจนิดนึงว่ามันอาจจะดูแรงไปบ้าง ก็เพื่อให้คนเข้ามาอ่าน
 
 
 
 ความรักในอดีตสอนอะไรคุณบ้างไหม
 
 สอนนะคะ เวลาที่เราเจออะไรเจ็บหนักๆ มา แล้วมาเจ็บอีก ก็จะรู้สึกเหมือนมีภูมิต้านทาน อย่างตอนนี้ไม่ได้คิดอะไรกับตรงนั้นมาก ตาลมาจริงจังที่การทำงานมากกว่า
 
 
 
 มีคนมาจีบบ้างไหม
 
 ก็มี แต่ไม่ได้เปิดอะไรมาก ไม่ได้ออกมาพูดเท่าไหร่ค่ะ
 
 
 
 คุณมีกฎเหล็กสำหรับคนที่จะเข้ามาเป็นแฟนรึเปล่า
 
 จริงๆ ไม่จำเป็นต้องมีนะ แต่ตอนที่เราคุยกันในช่วงแรกๆ ต้องดูก่อนว่าเราติดใจเขา ชอบเขาตรงไหน คือต้องยอมรับกันได้ตั้งแต่แรกๆ แล้วปัญหาต่างๆ จะไม่เกิดขึ้น
 
 
 
 เคยวางแผนเรื่องชีวิตรักรึเปล่า
 
 ตาลคิดว่าจะแต่งงานประมาณ 24-25 ค่ะ อีกไม่นานแล้ว ตาลก็ไม่เข้าใจบางคนที่บอกว่าอย่าเพิ่งแต่ง ใช้ชีวิตให้คุ้มก่อน แต่ตาลคิดว่าถ้าตาลเอาชีวิตไปทิ้งไว้กับการใช้ชีวิตให้คุ้ม พอเราโตขึ้น เราก็ต้องมีอนาคตที่รับผิดชอบ มีลูกก็โตไม่ทัน ทำอะไรก็ไม่สนุก แต่ชีวิตที่สนุกสนานใช้เมื่อไหร่ก็ได้
 
 หลายคนคงเคยเห็นรอยยิ้มสดใสของเธอคนนี้ น้องกิ๊ก กรกมล เจริญชัย ในฐานะที่เธอเป็นผู้ชนะการประกวด Gossip Girl ปี 2010 เป็นพิธีกรรายการ Gossip Zaa ช่อง Zaa Network แสดงภาพยนตร์เรื่อง ‘Art idol อยากให้เธอรู้ว่ากูติสท์’ รวมถึงเล่นมิวสิควิดีโอและถ่ายแฟชั่นในสไตล์สดใสสมวัยอีกหลายชิ้น คาแรกเตอร์ของเธอโดดเด่นจนเราต้องชวนเธอมาสดใสกันแบบเต็มๆ อีกครั้ง
 
         “วันนี้สนุกมากเลยค่ะ พี่ๆ ทีมงานเป็นกันเองมาก อารมณ์ดี ปล่อยมุขให้กิ๊กได้ขำกันไม่หยุดเลย สถานที่รวมทั้งบรรยากาศก็ดีค่ะ สีเขียวร่มรื่นดี ได้มาอยู่ในที่แบบนี้แล้วสดชื่น ทำงานไม่เหนื่อยเลยค่ะ”
 
         เชื่อมั้ยครับว่าเธอเป็นสาวขอนแก่นที่ต้องจากบ้านมาไกล ชนิดที่ว่าไป-กลับขอนแก่นทุกวันของการทำงาน  
 
         “ทุกวันนี้มาทำงานโดยการนั่งรถทัวร์สลับกับเครื่องบินค่ะ เพราะต้องไปกลับขอนแก่นตลอดเวลา เรียกได้ว่ามาเช้าเย็นกลับค่ะ เพราะกิ๊กห่วงเรื่องการเรียน ตอนนี้กิ๊กเรียนอยู่คณะวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถึงจะทำงาน แต่ก็ไม่ดร็อปเลยค่ะ ก็เลยต้องพยายามทำสองอย่าง ทั้งงานและเรียนให้ควบคู่กันให้ได้
         “กิ๊กยอมเหนื่อย ในเมื่อเรามีโอกาสได้เข้ามาทำตรงนี้แล้ว มันก็ควรใช้โอกาสให้คุ้มค่าค่ะ ส่วนเรื่องเรียนมันก็คืออีกหนึ่งเส้นทางชีวิตในอนาคตของเราเหมือนกัน เพราะก็ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะยังได้ทำงานในวงการอยู่หรือเปล่า
         “กิ๊กเข้ามาทำงานแบบนี้ ก็ต้องห่างบ้าน ไม่ค่อยได้เจอคุณแม่ ตอนไหนที่พอจะมีวันว่างๆ ก็จะอยู่กับท่านให้ได้มากที่สุด แต่ก็มีบ้างที่ไปทานข้าวกับเพื่อนๆ ส่วนมากก็จะเน้นร้านที่สามารถนั่งพูดคุยกันได้สบายๆ อย่างร้านอาหารทั่วไป คาราโอเกะบ้าง เพราะกิ๊กชอบร้องเพลงนะ ออกแนวร้องได้ แต่ร้องไม่เพราะหรอกค่ะ (หัวเราะ)”
 
         เธอออกตัวว่าไม่ค่อยได้เที่ยวกลางคืน หนุ่มๆ ที่รอเจอเธอตามแหล่งบันเทิงยามค่ำคืนจึงหมดสิทธิ์ ส่วนคนที่เข้ามาจีบแบบแมนๆ ซึ่งๆ หน้าก็ยิ่งอาจจะผิดหวังกันไปใหญ่ เพราะเธอเปิดโอกาสสำหรับคนที่ใช้สมอง รู้จักมาแบบอ้อมๆ เข้าทางเพื่อน หรือคนรู้จักมากกว่า เพราะเธอไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้านั่นเอง
 
 
 
 
 


 
 


 
 


 
 


 
 


 
                 สิ่งที่สามารถดึงดูดสายตาผู้ชายอย่างเราให้ทำตามที่สมองสั่งเมื่อเคมีในร่างกายทำงานนั้น มักจะเป็นความสวยงามที่ไม่ธรรมดา อย่างเช่นครั้งนี้ที่เราได้พบกับสายตาที่ทำให้รู้สึกถึงเสน่ห์และความมีอะไรตั้งแต่ยังไม่ได้พูดคุยกัน กับสาวลูกครึ่งไทย–สิงคโปร์-อิตาลีคนนี้ “แพน แพนฟิลา ชิว”
 เราน่าจะเคยเจอคุณที่ไหนมาก่อนใช่ไหม
 
 น่าจะบนแผงนิตยสารหรือเปล่าคะ เพราะแพนมีผลงานถ่ายแบบตามนิตยสารหลายเล่ม และนอกจากนี้ก็มีงานพริตตี้ทั่วไปอีกด้วยค่ะ
 
 งานสไตล์ไหนที่คุณมั่นใจที่สุด และคิดว่าเผยตัวตนคุณได้มากที่สุด
 น่าจะเป็นสไตล์เซ็กซี่นะคะ เพราะแพนสามารถสื่ออารมณ์ได้ทางสายตา ส่วนชุดที่เซ็กซี่ที่สุดก็คือบิกินี่และชุดชั้นใน ซึ่งผู้หญิงทุกคนก็มักจะดูเซ็กซี่ในชุดแบบนี้อยู่แล้ว
 
 ส่วนไหนของร่างกายคุณที่ดึงดูดและเซ็กซี่ที่สุด
 คิดว่าเป็นดวงตานะคะ เพราะมีแต่คนทักว่ามันดูเซ็กซี่ เวลามองที่ตาแพนแล้วมันจะรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่าง
 
 แล้วตกลงบางอย่างนั้นคืออะไร
 อยากรู้ก็ต้องมาลองจ้องตากัน ถ้ารู้แล้วบอกแพนด้วยนะคะ (ยิ้ม)
 
 ปรกติเป็นคนขี้เล่นอย่างนี้หรือเปล่า
 มีบ้างนะคะ แต่เอาจริงๆ แพนค่อนข้างเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงนะ แต่มุมเฮฮาก็มี เช่นเวลาอยู่ในกลุ่มเพื่อนๆ แพนก็จะเฮฮาปาร์ตี้มาก ร่าเริงสุดๆ
 
 แล้วเราจะมีโอกาสได้แฮงก์เอ้าท์กับคุณบ้างไหม เจอกันได้ที่ไหน
 ได้สิคะ ส่วนใหญ่จะไปแฮงก์เอ้าท์กับเพื่อนๆ แถวทองหล่อเป็นประจำ ถ้าเจอแพนก็เข้ามาทักทายกันได้นะคะ ไม่กัดหรอก (หัวเราะ)
 
 
 
 เราจะเจอคุณในกลุ่มโต๊ะนางฟ้าหรือเปล่า
 ไม่แน่ใจนะคะ แต่รับรองว่าเพื่อนๆ ในกลุ่มแพนพอได้มารวมตัว ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน
 
 สวยๆ อย่างนี้มีหนุ่มๆ ใจกล้า เข้ามาจีบเยอะไหม
 ก็มีบ้างนะคะ แต่แพนจะไม่ค่อยชอบพวกที่เข้ามาตื๊ออะไรแบบนี้เลย เพราะอาจด้วยความเมาหรืออะไรก็ไม่รู้แหละ เขาจะเข้ามาเกาะแกะ แตะเนื้อต้องตัว แบบนี้แพนไม่ชอบมากๆ เลยค่ะ
 
 แล้วหนุ่มๆ ต้องมีเทคนิคอย่างไร ถึงจะสามารถเข้าถึงคุณได้
 ก็เข้ามาคุยกันแบบดีๆ ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่มาแบบน่ากลัวอย่างนั้น
 
 คุณมองหาอะไรในตัวผู้ชาย
 แพนมองหาคนที่จะมาเอาใจและตามใจนะ เขาจะต้องใส่ใจและเข้าใจเรามากๆ เพราะแพนค่อนข้างเอาแต่ใจเล็กน้อย ที่สำคัญต้องโรแมนติกด้วยนะ
 
 แล้วความโรแมนติกที่เคยผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง
 ยังไม่มีเลย ยังไม่มีใครมาโรแมนติกใส่เลยสักที อยากเจอเหมือนกันนะคะ
 
 แล้วมีคนมาเอาใจคุณหรือยัง
 ก็มีดูๆ อยู่ค่ะ ไม่รีบ ขอดูกันไปเรื่อยๆ ถ้าเจอคนที่ใช่เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น
 
 แสดงว่าเป็นความสัมพันธ์แบบปิดแล้วหรือเปล่า
 ไม่นะคะ ไม่รีบปิดค่ะ ดูเรื่อยๆ อยู่แล้ว (หัวเราะ)
 
 


 
 


 
 


 
 


 
 


 
 ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
 

 


Facebook Comments